😲 มุมคมดอกสว่าน 😄

Evacut Drill ดอกสว่านอีวาคัท

ดอกสว่านทั่วๆไป จะประกอบด้วยมุมที่เกี่ยวข้องกับการกัดเฉือน จะต้องมี (1) มุมคมตัด (Cutting Angle) (2) มุมหลบ (Lip Clearance Angle) (3) มุมคายเศษ (Rake Angle) (4) มุมจิก (Point Angle) แต่ละมุมจะมีความสำคัญต่อการทำงาน

(1) มุมคมตัด (Cutting Angle) มีลักษณะเหมือนกับลิ่ม ทำหน้าที่ตัดเฉือนเนื้อโลหะขนาดของมุมตัดเฉือนนี้จึงมีความสำคัญต่อดอกสว่านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของวัสดุที่นำมาทำดอกสว่าน และวัสดุงานที่นำมาเจาะอีกด้วย ถ้าวัสดุงานแข็งมุมคมตัดเฉือนนี้จะต้องโตขึ้น จึงจะให้ได้ผลดีต่อการทำงาน
(2) มุมหลบ (Lip Clearance Angle) ทำหน้าที่ลดการเสียดสี และลดแรงต้านบริเวณผิวหน้าของมุมจิกของดอกสว่าน นอกจากนี้ขนาดของมุมหลบยังมีผลต่ออัตราการป้อนเจาะของดอกสว่านอีกด้วย ถ้าหากมุมคายเล็กอัตราการป้อนเจาะต่อรอบจะน้อย ถ้ามุมคายมากอัตราการป้อนเจาะต่อรอบจะมากตามไปด้วย
ในการเจาะโลหะทั่วๆไปค่ามุมหลบที่นิยมใช้จะใช้ประมาณ 8-12 องศา จะช่วยให้ผลการเจาะดี อายุการใช้งานของคมตัดนานขึ้น
(3) มุมคายเศษ (Rake Angle) ทำหน้าที่ให้เศษเฉือนเคลื่อนที่คายออกจากผิวงานที่ถูกตัด มุมคายเศษนี้จะทั้งค่ามุมบวก (+) และค่ามุมลบ (-) ซึ่งจะให้ผลกับเศษโลหะที่ออกมา และขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ทำในกรณีของสว่าน ถ้ามุมคายเศษเป็นบวกจะทำให้คายเศษได้ดี ถ้าเป็นลบจะคายเศษไม่ออก
(4) มุมจิก (Point Angle) งานตัดโลหะทั่วๆไป จะใช้มุมคมตัดนี้โต 118 องศาสำหรับเจาะตัดเฉือนงาน ซึ่งสว่านส่วนใหญ่ทำมาจากเหล็กรอบสูง (Hige Speed Steel , HSS) มุมจิกมีผลต่อกรงกดเจาะ ถ้ามุมจิกโตมากแรงต้านทานเจาะก็จะมากขึ้นตามลำดับ แต่มุมจิกก็ช่วยในการนำศูนย์ในการเจาะงานในขณะเริ่มเจาะด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น